หน้าหนังสือทั้งหมด

การวิเคราะห์ลักษณะของอุจจาระและขนในเด็ก
105
การวิเคราะห์ลักษณะของอุจจาระและขนในเด็ก
อุจจาระของเด็กเล็ก ๆ ที่มีสีเหมือนสีขมิ้น แม้โดยสัณฐานก็เหมือนแง่งขมิ้น และซากสุนัขดำ ที่ขึ้นอืดที่เขาทิ้งไว้ในกองขยะ มีสีเหมือนสีผลตาลสุก มีสัณฐานเหมือนกลองตะโพนที่เขา ปล่อยกลิ้งทิ้งไว้ แม้เขี้ยวก็มี
บทความนี้สำรวจถึงลักษณะของอุจจาระเด็กเล็กและขนในร่างกาย โดยเปรียบเทียบถึงสีและสัณฐานที่ไม่เป็นปฏิกูล แม้จะมีลักษณะไม่รังเกียจแต่มีกลิ่นที่ไม่พึงประสงค์ บทความยังชี้ให้เห็นถึงความสำคัญของการกำหนดความปฏ
โลหิตและเหงื่อในร่างกาย
120
โลหิตและเหงื่อในร่างกาย
24. เลือด (โลหิต) โลหิต มี 2 อย่าง คือ โลหิตข้น และโลหิตจาง โดยสี : โลหิตข้น มีสีดังน้ำครั่งข้น โลหิตจางมีสีดังน้ำครั่งใส โดยสัณฐาน : โลหิตทั้ง 2 อย่างมีสัณฐานตามโอกาส โดยทิศ : โลหิตข้นเกิดในทิศเบื้อง
โลหิตมี 2 ประเภทคือ โลหิตข้น และ โลหิตจาง ซึ่งต่างกันที่สีและการไหลในร่างกาย โลหิตจางมีสีใสไหลซึมชุ่มทั่วร่างกาย ทำให้หัวใจ ตับ และปอดไม่แห้ง เหงื่อเกิดจากอาโปธาตุไหลออกผ่านขุมขน ขึ้นอยู่กับอุณหภูมิแล
การเจริญอานาปานสติและความหมาย
137
การเจริญอานาปานสติและความหมาย
“ภิกษุทั้งหลาย อานาปานสติสมาธินี้แล ที่บุคคลเจริญแล้ว ทำให้มากแล้ว ย่อมเป็น สภาพสงบ ประณีต สดชื่น เป็นธรรมเครื่องอยู่เป็นสุข และยังอกุศลธรรมชั่วร้ายที่เกิดขึ้นแล้วๆ ให้อันตรธานสงบไปโดยพลันเปรียบเสมือน
การเจริญอานาปานสติเป็นวิธีการที่สำคัญในการเข้าถึงความสงบภายใน โดยการตั้งสติอยู่ที่ลมหายใจเข้าและออก ซึ่งพระพุทธเจ้าทรงสอนให้ผู้ปฏิบัติหาโอกาสอยู่ในที่สงบ เพื่อทำความเข้าใจลมหายใจ ทั้งนี้จุดเด่นของการฝ
การเจริญอานาปานสติกับการเข้าถึงสมาธิ
147
การเจริญอานาปานสติกับการเข้าถึงสมาธิ
เนื่องมาจากกายที่กระสับกระส่ายนั้น ตรงกันข้ามคนที่มีร่างกายไม่กระสับกระส่าย นั่งอยู่บน เตียงหรือตั่ง เตียงหรือนั่งก็ไม่โยกไม่ลั่น เครื่องปูลาดก็ไม่ยับ เพราะกายที่ไม่กระสับกระส่าย เป็นกายที่เบา ฉันใด เ
เนื้อหาเกี่ยวกับการฝึกอานาปานสติ ซึ่งนำไปสู่อาการของร่างกายที่เบา รู้สึกเหมือนลอย และหยุดหายใจขณะปฏิบัติภาวนา สิ่งเหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาจิตใจ และสามารถพาไปสู่ระดับที่สูงกว่าในสมาธิ การทำความ
อานาปานสติและอานิสงส์ในการเจริญสมาธิ
149
อานาปานสติและอานิสงส์ในการเจริญสมาธิ
หากปฏิบัติตามนี้ ปฏิภาคนิมิตก็จะไม่เสื่อมหายไปและได้รูปฌานตามลำดับ แต่การ จะได้อัปปนาฌาน พึงทราบด้วยว่าลมเข้าลมออกและนิมิต เป็นอารมณ์ของจิตคนละดวง คนละ อัน ไม่ใช่อารมณ์ของจิตดวงเดียวกัน 5.6 อานิสงส์ขอ
ในข้อความนี้กล่าวถึงประโยชน์ของการปฏิบัติอานาปานสติ ที่ช่วยให้เกิดรูปฌานและเป็นบาทแห่งมรรคผล โดยเชื่อมโยงกับการทำสติปัฏฐาน 4 ดำเนินไปสู่โพชฌงค์ 7 และวิชชา รวมถึงผลการป้องกันวิตกและการรับรู้วันตาย โดยค
ความเป็นมาของอุปสมานุสติ
151
ความเป็นมาของอุปสมานุสติ
5.8 ความเป็นมาของอุปสมานุสติ อุปสมานุสติไม่ปรากฏเป็นเอกเทศในพระไตรปิฎกนอกจากจะปรากฏอยู่ในรายชื่อ ที่ท่านให้ไว้ในฌานวรรค ในอังคุตตรนิกาย แต่ในคัมภีร์วิสุทธิมรรค ท่านกล่าวว่าเป็นอารมณ์ ของสมาธิ และวางอุ
บทความนี้กล่าวถึงความเป็นมาของอุปสมานุสติในพระไตรปิฎก โดยมีการอธิบายว่าอุปสมานุสติไม่ได้เป็นเอกเทศ แต่มีความเชื่อมโยงกับฌานวรรคและอานาปานสติ อุปสมานุสติเป็นกรรมฐานสำหรับพระสาวกที่มีสติปัญญา และทำให้เข
การพิจารณาซากศพในอสุภ Meditation
21
การพิจารณาซากศพในอสุภ Meditation
6. วิกขิตตกอสุภ พิจารณาซากศพที่กระจาย อวัยวะกระเด็นไปคนละทิศละทาง ต้อง นำส่วนที่กระจัดกระจายในที่ต่าง ๆ มากองไว้ในที่เดียวกัน กำหนดบริกรรมว่า วิกขิตตก ปฏิกูล ๆ ๆ (ศพวิกขิตตกะ เป็นของน่าเกลียด น่าขยะแข
ในเนื้อหานี้นำเสนอการพิจารณาอสุภ หรือซากศพในลักษณะต่างๆ เช่น วิกขิตตกอสุภ, หตวิกฺขิตฺตกอสุภ, โลหิตกอสุภ, ปุฬวกอสุภ และอฏฐิกอสุภ ซึ่งทุกตัวอย่างมีวิธีการบริกรรมและวิธีการพิจารณาที่แตกต่างกันไป ซากศพทั้
เมตตาและตัณหาเปมะในธรรมะ
39
เมตตาและตัณหาเปมะในธรรมะ
1. เมตตาอโทสะ คือ เมตตาแท้เป็นความปรารถนาดีต่อสัตว์ทั้งหลายอย่างแท้จริงโดย ไม่ยึดถือว่าผู้ที่เราแผ่ความปรารถนาดีรักใคร่นั้นมีความสัมพันธ์อย่างไรกับเรา เช่น เป็นบิดา มารดา บุตร ธิดา ภรรยา สามี ภรรยา ญา
บทความนี้กล่าวถึงความแตกต่างระหว่างเมตตาอโทสะ ซึ่งเป็นความปรารถนาดีต่อตนเองและผู้อื่นอย่างแท้จริง และตัณหาเปมะ ซึ่งเป็นเมตตาแบบมีความยึดติดที่เกิดจากความรักใคร่ โดยเสนอขั้นตอนการเจริญเมตตาผ่านการฝึกฝน
ความโกรธและผลกระทบของศัตรู
46
ความโกรธและผลกระทบของศัตรู
ประการที่ 1 ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย คนที่เป็นศัตรูกันในโลกนี้ ย่อมปรารถนาต่อ คนที่เป็นศัตรู (ของตน) อย่างนี้ว่า โอหนอ! ขอให้เจ้าคนนี้ จึงเป็นผู้มีผิวพรรณทราม ข้อนั้น เพราะเหตุอะไร ? ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เพ
บทความนี้กล่าวถึงความคิดของศาสนาพุทธเกี่ยวกับความโกรธและผลกระทบที่มีต่อผู้เป็นศัตรู โดยอธิบายถึงลักษณะของคนที่มีอารมณ์โกรธ รวมถึงความไม่พอใจและผลร้ายที่เกิดจากความเกลียดชัง ทั้งนี้ยังเปรียบคนที่มีความ
วิธีแผ่เมตตา 3 อย่าง
62
วิธีแผ่เมตตา 3 อย่าง
อย่างไรก็ตาม วิธีแผ่เมตตาไปทั่วทุกทิศและทั่วโลกดังที่แสดงมานี้ จะทำได้เฉพาะผู้ที่ได้ อัปปนาสมาธิตั้งแต่ปฐมฌานแล้วเท่านั้น 2.3.5 วิธีแผ่เมตตา 3 อย่าง ผู้ที่บรรลุถึงขั้นอัปปนาสมาธิหรือสีมส้มเภทเมตตาดีแล
ในเนื้อหานี้มีการอธิบายวิธีการแผ่เมตตา 3 ประเภท ได้แก่ อโนทิโสผรณา (การแผ่ทั่วไป), โอทิโซผรณา (การแผ่เจาะจง), และ ทิโสผรณา (การแผ่ในทิศทางต่างๆ) โดยนำเสนอความสำคัญของการแผ่เมตตาและศัพท์บาลีที่ใช้ในการ
มุทิตา: การเจริญมุทิตาแท้และเทียม
77
มุทิตา: การเจริญมุทิตาแท้และเทียม
มุทิตา เมื่อว่าโดยสามัญแล้วมี 2 อย่าง คือ 1. มุทิตาแท้ คือ แม้จะมีความรื่นเริงบันเทิงใจต่อสัตว์ที่มีสุขอยู่ หรือจะได้รับสุขต่อไป ข้างหน้าก็ดี จิตใจก็มิได้มีการยึดถือหรืออยากโอ้อวดต่อผู้อื่นแต่อย่างใดม
มุทิตาแบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ มุทิตาแท้ ซึ่งปราศจากความยึดถือและแสดงความเบิกบานใจอย่างบริสุทธิ์ และมุทิตาเทียม ที่มีการยึดถือเกี่ยวโยงกับผลประโยชน์ส่วนบุคคล การเจริญมุทิตาภาวนาเน้นการใช้มุทิตาแท้เพื่
การเจริญอุเบกขาภาวนา
84
การเจริญอุเบกขาภาวนา
1. ไม่น้อมไปในความปรารถนาดี 2. ไม่น้อมไปในการบำบัดทุกข์ 3. ไม่น้อมไปในการชื่นชมยินดีในความสุขของเหล่าสัตว์แต่อย่างใดทั้งสิ้น ผู้เจริญอุเบกขาภาวนา จะมีมัชฌัตตสัตว์ (ผู้ที่เราไม่รู้สึกรักหรือชัง) เป็นอา
การเจริญอุเบกขาภาวนานั้น หมายถึงการวางเฉยต่อบุคคลโดยไม่รู้สึกรักหรือชัง ผู้ที่เจริญอุเบกขาจะมีมัชฌัตตสัตว์เป็นอารมณ์ที่จะรู้สึกเฉยต่อบุคคลทั้งที่อยู่ในความสุขหรือความทุกข์ การวางเฉยมีอยู่ 2 ประเภท ได้
การเจริญอุเบกขา
87
การเจริญอุเบกขา
เพราะฉะนั้น เมื่อได้เจริญอุเบกขาให้เกิดขึ้นในบุคคลที่เป็นกลาง ๆ จนกระทั่งจิตมี ลักษณะนุ่มนวลควรแก่งานจนได้ที่ดีแล้ว จากนั้นจึงเจริญอุเบกขาไปยังบุคคลที่รัก ต่อจากนั้นเป็น คนที่เป็นเพื่อนรักมากหรือสหายน
การเจริญอุเบกขาที่มีขั้นตอนต่างๆ เพื่อช่วยให้จิตใจเป็นกลาง มีความนุ่มนวล และสามารถขยายอุเบกขาไปยังผู้คนที่แตกต่างกันได้ รวมถึงการใช้วิธีแผ่อุเบกขาไปยังสรรพสัตว์และบุคคล เพื่อให้เกิดความสงบสุขในจิตใจ ถ
การเจริญอุเบกขาและอานิสงส์ของพรหมวิหาร
90
การเจริญอุเบกขาและอานิสงส์ของพรหมวิหาร
4. เหตุใกล้ : 5. ความสมบูรณ์ : มีปัญญาพิจารณาเห็นกรรมเป็นของของตน สัตว์ ทั้งหลายเป็นไปตามกรรมของตนเอง ไม่ใช่มีผู้ใด ผู้หนึ่งกระทำให้ เป็นเหตุใกล้ การสงบจากความเกลียดและไม่มีความรักเป็น ความสมบูรณ์ของอ
บทความนี้กล่าวถึงพัฒนาอุเบกขาเพื่อเข้าถึงพระธรรมกาย การพิจารณากรรม การสงบจากความเกลียด และการเข้าถึงกายรูปพรหม ซึ่งทำให้เกิดอานิสงส์มากมาย เช่น การนอนที่มีความสุข ปัญญาที่จะถือกรรมเป็นของตน ซึ่งช่วยให
อากาสานัญจายตนฌานและการบรรลุสมาธิ
103
อากาสานัญจายตนฌานและการบรรลุสมาธิ
1. น ชียติ ไม่แก่ 2. น มียติ ไม่ตาย 3. น จวติ ไม่จุติ 4. น อุปฺปชฺชติ ไม่เกิด 5. อปุปสยุห์ ไม่มีใครข่มเหง 6. อโจรคหณีย์ ไม่มีโจรลัก 7. อนิสฺสินํ ไม่มีที่พึ่งอาศัย 8. วิหงุคคมน์ เป็นทางไปของเหล่าวิหค (
เนื้อหาว่าด้วยอากาสานัญจายตนฌานซึ่งมีความสำคัญในแนวทางการทำสมาธิ โดยสอนให้มีสติและมุ่งหน้าไปยังความว่างเปล่าของอากาศบัญญัติ ผู้ที่สามารถเพิกปฏิภาคนิมิตของกัมมัฏฐานได้สำเร็จจะถึงฌานที่ไม่มีรูปเป็นอารมณ
แนวคิดและวัตถุประสงค์ของอาหาเรปฏิกูลสัญญา
114
แนวคิดและวัตถุประสงค์ของอาหาเรปฏิกูลสัญญา
บทที่ 4 แนวคิดและวัตถุประสงค์ แนวคิด 1. การบริโภคอาหารที่ปราศจากการพิจารณาย่อมนำโทษมาให้ คือ ทำให้หลงผิด และ ยึดติดกับอาหาร อันจะทำให้เกิดความมัวเมา และไม่สามารถพัฒนาคุณภาพจิตขึ้นได้ อาหาเรปฏิกูลสัญญา
บทที่ 4 อธิบายเกี่ยวกับการบริโภคอาหารโดยไม่พิจารณาอาจนำมาซึ่งผลเสียต่างๆ และเสนอการเจริญอาหาเรปฏิกูลสัญญาเป็นวิธีการที่ช่วยให้เห็นคุณค่าของอาหาร รวมถึงการเข้าถึงพระธรรมกาย อาหารมี 10 อาการที่สามารถพิจ
ความเข้าใจเกี่ยวกับความเป็นปฏิกูลของอาหารในร่างกาย
119
ความเข้าใจเกี่ยวกับความเป็นปฏิกูลของอาหารในร่างกาย
นี่ไม่รวมอาหารที่เราได้บริโภคไว้ในชาติก่อน ๆ ผู้รู้จึงกล่าวอุปมาไว้ว่า ท้องของเราเหมือน มหาสมุทรประจำร่างกาย การบริโภคจึงเป็นสิ่งที่น่าเกลียด ดังกล่าวมานี้ 4. อาสยโต พิจารณาความเป็นปฏิกูลโดยที่อยู่ว่า
เนื้อหานี้เน้นการพิจารณาความเป็นปฏิกูลของอาหารที่เราเข้าไปบริโภค ซึ่งก่อให้เกิดส่วนประกอบที่ไม่สะอาดในร่างกาย มีการเน้นย้ำว่าท้องของเราคล้ายมหาสมุทรที่จะต้องรับสิ่งสกปรกต่าง ๆ อาหารที่เรากินเข้าไปจะมี
การพิจารณาอาหารเพื่อบรรเทาความยึดติดและทุกข์
121
การพิจารณาอาหารเพื่อบรรเทาความยึดติดและทุกข์
สำหรับอาหารชนิดอื่น คือ ผัสสาหาร มโนสัญเจตนาหาร และ วิญญาณาหาร ก็สามารถ นำทุกข์ภัยมาให้ไม่น้อยกว่ากพฬิงการาหาร บางอย่างน่ากลัวเป็นที่สุด เช่น การไม่รู้จัก สำรวม อินทรีย์ ลุแก่อำนาจความปรารถนา ความอยาก
อาหารชนิดต่างๆ เช่น ผัสสาหาร, มโนสัญเจตนาหาร และ วิญญาณาหาร นำพาให้เกิดทุกข์ ไม่ต่างจากกพฬิงการาหาร การไม่รู้จักสำรวมอาจทำให้จิตตกเป็นทาสของความปรารถนา เมื่อติดใจในอาหารและสิ่งต่างๆ อาจทำให้เกิดกรรมดี
ธาตุ 4 ในร่างกายมนุษย์
144
ธาตุ 4 ในร่างกายมนุษย์
1. วจนตกโต โดยความหมายแห่งศัพท์ คือ ดินที่เรียกว่า ปฐวี เพราะแผ่ไป น้ำที่ เรียกว่า อาโป เพราะเอิบอาบให้ชุ่มอยู่ หรือให้เต็มอยู่ ไฟ เรียกว่า เตโช เพราะทำให้ร้อน ลม เรียกว่า วาโย เพราะพัดให้ไหวทุกศัพท์ถ
เนื้อหาเกี่ยวกับธาตุ 4 ในร่างกายมนุษย์ ซึ่งประกอบไปด้วย ปฐวี (ดิน), อาโป (น้ำ), เตโช (ไฟ) และ วาโย (ลม) โดยแต่ละธาตุมีบทบาทที่สำคัญในความเป็นอยู่ของร่างกาย ซึ่งปฐวีมีส่วนช่วยในการสร้างโครงสร้างของร่าง
ลักษณะและประเภทของธาตุในธรรมชาติ
145
ลักษณะและประเภทของธาตุในธรรมชาติ
ปรากฏ 4. ลกฺขณาทิโต โดยลักษณะ รส ปัจจุปัฏฐาน กล่าวคือ ปฐวีธาตุ มีความแข็งเป็นลักษณะมีการทรงอยู่เป็นกิจ มีการรองรับรูปอื่นเป็นอาการ อาโปธาตุ มีการไหลหรือเกาะกุมเป็นลักษณะ ทำให้รูปที่เกิดร่วมด้วยมีความเ
เนื้อหาเกี่ยวกับลักษณะและการระบุธาตุในธรรมชาติ ตามปัจจุบัน อธิบายถึงธาตุต่างๆ เช่น ปฐวีธาตุที่มีความแข็ง, อาโปธาตุที่มีการไหล, เตโชธาตุที่อบอุ่น, และวาโยธาตุที่มีความเคร่งตึง รวมถึงการกำเนิดและความแตก